Posted on Leave a comment

9 เคล็ดลับ แก้ปัญหากลิ่นตัวแรง วีธีการง่ายๆ ที่คุณสามารถทำได้ด้วยตัวเอง

คุณเชื่อหรือไม่ มนุษย์ทุกคนจะมีกลิ่นตัวโดยธรรมชาติ ซึ่งจะเป็นกลิ่นจางๆ แต่เมื่อมีสิ่งกระตุ้นบางอย่างทั้งจากภายในและภายนอกร่างกาย จากกลิ่นจางๆ ก็จะกลายเป็นกลิ่นที่ไม่น่าพิสมัย หรือที่เราเรียกว่า “กลิ่นตัว” 

ก่อนเราจะไปเจาะลึกถึงสาเหตุที่ทำให้มีกลิ่นตัวแรง เรามาทำความรู้จักต้นตอของการผลิตเหงื่อกันก่อน ซึ่งต่อมผลิตเหงื่อของมนุษย์เรามีอยู่ 2 ชนิด คือ 

  1. ต่อมเหงื่อ” หรือที่เรียกว่า “ต่อมเอกไครน์” (Eccrine Gland) เป็นต่อมเหงื่อขนาดเล็กที่มีมากที่สุดในร่างกายและอยู่กระจายใต้ผิวหนังทั่วร่างกายของเรา มักจะอยู่หนาแน่นบริเวณฝ่ามือ ฝ่าเท้า และหน้าผาก ซึ่งต่อมเหงื่อนี้มีหน้าที่ผลิตเหงื่อเพื่อระบายความร้อนจากภายในร่างกาย ดังนั้นต่อมเหงื่อชนิดนี้จะหลั่งเหงื่อออกมาเมื่อร่างกายอยู่ในที่ที่มีความร้อนหรือเมื่อเราออกกำลังกาย เพื่อควบคุมไม่ให้ความร้อนในร่างกายนั้นสูงเกินไป โดยในเหงื่อจะมีน้ำและเกลือเป็นส่วนประกอบหลัก และจะระเหยเมื่ออุณหภูมิในร่างกายเย็นตัวลง
  2. ต่อมอะโพไครน์” (Apocrine Gland) เป็นต่อมเหงื่อชนิดที่มักอยู่บริเวณรักแร้ ขาหนีบต่างๆ และอาจพบที่หลังหูหรือซอกคอได้บ้าง นิยมเรียกว่า “ต่อมกลิ่น” จะมีขนาดใหญ่กว่าต่อมเหงื่อ (Eccrine) ทำให้สารที่ผลิตออกมาจากต่อม Apocrine แม้ว่าจะไม่มีสี ไม่มีกลิ่น แต่เมื่อผสมกับแบคทีเรียต่างๆบนผิวหนังบริเวณรักแร้หรือบริเวณอับชื้นก็ทำให้เกิดกลิ่นตัวได้ หรือจากที่เรากินอาหารรสจัดหรือมีกลิ่นฉุน ก็จะทำให้ต่อม Apocrine ขับกลิ่นที่ไม่น่าพิสมัยออกมาจากต่อมนี้ได้เช่นกัน สำหรับ “ต่อมกลิ่น” สามารถพบได้ตั้งแต่เกิด แต่จะเริ่มทำงานในช่วงวัยรุ่น และมีหน้าที่ในมนุษย์คือการสร้างกลิ่นซึ่งเป็นลักษณะทางเพศแบบหนึ่งนั่นเอง

กลิ่นตัวแรง หรือ กลิ่นตัวเหม็น เกิดจากสาเหตุอะไรใดบ้าง

  • ความร้อนและความชื้นของอากาศ ส่งผลให้ร่างกายผลิตเหงื่อออกมาเป็นจำนวนเยอะ จนเกิดการอับชื้นตามร่างกายและเสื้อผ้า  ส่งผลให้เกิดกลิ่นตัวที่ไม่พึงประสงค์แก่ตนเองและคนรอบข้าง
  • สารที่ผลิตออกมาจากต่อมอะโพไครน์ (Apocrine) เมื่อผสมกับแบคทีเรียประจำถิ่นที่อยู่ตามผิวหนัง รักแร้ ข้อพับหรือบริเวณที่อับชื้นง่ายของร่างกาย ก็ทำให้เกิดกลิ่นตัวได้
  • ฮอร์โมนที่เปลี่ยนแปลงกระตุ้นต่อมเหงื่อให้ผลิตเหงื่อมากเกินไป โดยเฉพาะเพศชายในช่วงเข้าสู่วัยรุ่นมีแนวโน้มที่จะมีเหงื่อออกมากและทำให้เกิดกลิ่นตัวได้มากกว่าเพศหญิง
  • การดื่มแอลกอฮอล์ การรับประทานอาหารรสจัดหรือมีกลิ่นฉุนบ่อยๆ หรืออาหารที่มีส่วนผสมของเครื่องเทศที่มีกลิ่นแรง เมื่ออาหารผ่านการย่อยจะเกิดแก๊สซัลเฟอร์ปนอยู่กับออกซิเจนในเลือดที่ไปอยู่ตามรูขุมขน ทำให้กลิ่นฉุนของอาหารเหล่านี้ถูกขับออกมาพร้อมกับเหงื่อบริเวณใต้วงแขนที่มีแบคทีเรียประจำถิ่นอาศัยอยู่ จึงทำให้เกิดการอับชื้นสะสมจนเกิดเป็นกลิ่นตัวแรง
  • โรคต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นโรคเบาหวาน โรคอ้วน หรือความเครียด ก็ส่งผลกระทบกับการกลิ่นตัวได้เช่นกัน ถ้าหากคุณมีกลิ่นตัวแรงที่มีกลิ่นคล้ายผลไม้จะเป็นสัญญาณของโรคเบาหวาน กลิ่นคล้ายสารฟอกขาวอาจเป็นสัญญาณของโรคตับหรือโรคไต เป็นต้น
  • สำหรับโรคอ้วน คนอ้วนมักมีกลิ่นตัวแรงกว่าคนที่ผอมกว่า เพราะคนอ้วนมีโอกาสที่อวัยวะภายนอกมีส่วนอับชื้น สร้างกลิ่นไม่พึงประสงค์ ตามรักแร้ ชั้นพุง ขาหนีบ มากกว่าคนผอม และต่อมเหงื่อยังผลิตเหงื่อมากกว่าคนที่ผอมอีกด้วย
  • ความเครียด เหงื่อที่ออกจากความเครียดจะมีกลิ่นที่รุนแรงกว่าเหงื่อที่ออกตามปกติ ต่อมเหงื่อชนิดนี้เรียกว่า ต่อมอะโพไครน์ (Apocrine glands) หรือ “ต่อมกลิ่น”ของเหลวจากต่อมนี้มีน้ำน้อยกว่า แต่ดึงดูดแบคทีเรียได้สูงกว่า จึงทำให้เกิดกลิ่นได้มากกว่า
  • การใช้ยารักษาภาวะซึมเศร้า ภาวะร่างกายหลั่งเหงื่อมากผิดปกติ (Hyperhidrosis) หรือการใช้ยาบางชนิด ตัวอย่างเช่น มอร์ฟีน หรือยาลดไข้ ที่สามารถทำให้เหงื่อออกจนเกิดกลิ่นตัวขึ้นได้ เพราะถึงแม้ยาสามารถรักษาโรคได้แต่ก็สามารถทำให้มีกลิ่นไม่พึงประสงค์ได้ด้วยเช่นกัน

วิธีลดและป้องกันการมีกลิ่นตัว

  1. รักษาสุขอนามัยให้ร่างกายสะอาดอยู่เสมอ อาบน้ำอย่างถูกต้องให้สะอาดครบทุกซอกทุกมุม เน้นล้างทำความสะอาดบริเวณรักแร้ ขาหนีบ จะช่วยลดปริมาณสารก่อกลิ่นที่หลั่งจากต่อมกลิ่นได้
  2. การโกนขนบริเวณรักแร้และทำความสะอาดอย่างถูกวิธี เพื่อป้องกันแบคทีเรียและการสะสมของสารก่อกลิ่น
  3. เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดร่างกายที่ฆ่าเชื้อเพื่อช่วยลดปริมาณแบคทีเรียบนผิวหนัง แต่ไม่ควรใช้บ่อยเพราะอาจทำให้ผิวแห้งและเกิดการระคายเคืองได้ 
  4. เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ระงับเหงื่อและระงับกลิ่นกาย โดยผลิตภัณฑ์ระงับเหงื่อส่วนใหญ่จะช่วยยับยั้งไม่ให้ต่อมเหงื่อบนผิวหนังทำงานชั่วคราว ทำให้เหงื่อไม่ไหลผ่านผิวหนังออกมา ส่วนผลิตภัณฑ์ระงับกลิ่นกายจะเน้นการกำจัดกลิ่นเหงื่อ โดยเน้นการฆ่าเชื้อแบคทีเรียและปรับสภาพเหงื่อไม่ให้แบคทีเรียเจริญเติบโตได้ง่าย 
  5. การเลือกใช้น้ำหอมหรือผลิตภัณฑ์บำรุงผิวผสมน้ำหอมที่มีเนื้อบางเบาหลังการทำความสะอาดร่างกายอย่างถูกวิธี ถือเป็นวิธีที่ดีในการเบี่ยงเบนกลิ่นที่ไม่พึงประสงค์นอกจากครีมบำรุงผิวจะช่วยสร้างความชุ่มชื้นให้กับผิวของเราแล้ว กลิ่นหอมของผลิตภัณฑ์บำรุงผิวต่างๆ จะทำหน้าที่กระจายความหอมที่ยังคงติดอยู่บนผิวหนังอย่างยาวนาน ช่วยเสริมความมั่นใจเรื่องกลิ่นกายหอม ปราศจากปัญหากวนใจเรื่องกลิ่นตัว
  6. ควรหลีกเลี่ยงการอยู่ในบริเวณที่ร้อนจัด อบอับชื้น หรืออากาศไม่ถ่ายเท 
  7. ควรเลือกสวมใส่เสื้อผ้าที่ระบายอากาศได้ดี เพื่อลดการอับชื้นและความร้อนของร่างกาย ช่วยลดการผลิตเหงื่อและชะลอการเติบโตของแบคทีเรีย
  8. ควรซักเสื้อผ้าที่ใช้แล้วเป็นประจำ เพราะหากทิ้งไว้นานหรือซักไม่สะอาด มักจะเป็นที่อยู่อาศัยของแบคทีเรีย ทำให้เกิดการสะสมของเหงื่อและแหล่งแบคทีเรียอยู่ในเนื้อผ้า เป็นสาเหตุทำให้ร่างกายเกิดการสะสมของแบคทีเรียมากขึ้น เมื่อร่างกายมีเหงื่อจะทำให้ส่งกลิ่นตัวได้ง่ายมาก 
  9. ควรหลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารรสจัดหรืออาหารที่มีกลิ่นฉุน เช่น หัวหอม กระเทียม จะทำให้ร่างกายขับเหงื่อออกมาได้ง่าย นอกจากจะมีกลิ่นกายแรงแล้ว ปัญหาเรื่องกลิ่นปากอาจตามมาได้ จึงควรหันมารับประทานผักใบเขียวหรือผลไม้เป็นประจำแทน

แนะนำผลิตภัณฑ์ครีมบำรุงผิวจาก BABBYWING

Babbywing Extra Moisturising Body Cream ขนาด 200 ml ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่อ่อนโยนสำหรับผิววัยแรกรุ่น (Pre-teen) ที่ร่างกายเริ่มเข้าสู่การเปลี่ยนแปลงทางฮอร์โมนที่เป็นสาเหตุของการเกิดกลิ่นตัวที่ไม่น่าพิสมัย จึงกลายเป็นปัญหาใหญ่สำหรับวัยแรกรุ่นและวัยอื่นๆ  ส่งผลเสียต่อบุคลิกภาพและทำให้ขาดความมั่นใจในตนเอง

สำหรับผลิตภัณฑ์บำรุงผิวกลิ่น “One and Only” ให้กลิ่นหอมหวานนุ่มละมุนที่โดดเด่นอย่างมีระดับจากดอกพีโอนี (Peony) จักรพรรดินีแห่งหมู่มวลดอกไม้ นอกจากความหอมที่เป็นเอกลักษ์ เนื้อครีมมีสัมผัสที่บางเบาไม่เหนียวเหนอะตัว แต่สามารถบำรุงผิวได้อย่างล้ำลึก ช่วยเติมเต็มความชุ่มชื้นให้ผิว ปรับสีผิวให้เรียบเนียนกระจ่างใส และมีกลิ่นหอมติดผิวยาวนานตลอดทั้งวัน สนใจสั่งซื้อผลิตภัณฑ์คลิกที่นี่ https://babbywing.com/th/product-category/skincare หรือสนใจสอบถามโปรโมชั่น พิเศษจากเจ้าหน้าที่ฝ่ายลูกค้าสัมพันธ์ได้ที่  [email protected] หรือส่ง Inbox ไปที่ https://www.facebook.com/Babbywing

Posted on

Christmas Super Sale! : Buy 2 Get 1 Free only 1,180 Baht + Free Christmas Gifts + Tote Bag + Free Delivery in Thailand

(Promotion for Online Only. Start from today until January 7, 2024 , or until the products or items are out of stock. The company reserves the right to modify the promotion without prior notice.)

*โปรโมชั่นใช้สำหรับการซื้อออนไลน์เท่านั้น โดยจะเริ่มตั้งแต่วันนี้ – วันที่ 7 มกราคม 2567 หรือจนกว่าสินค้าหรือของสมนาคุณจะหมด (ของสมนาคุณมีจำนวนจำกัด) บริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงโปรโมชั่นโดยมิต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

Posted on

เคล็ดลับเพิ่มเสน่ห์ให้น่าจดจำ จากกลิ่นหอมที่ยากจะลืมเลือน


“Ladies, a man will never remember your handbag, but he will remember your perfume.” – Olivier Creed วลีเด็ดจาก Master Perfumer นักปรุงน้ำหอมผู้มีชื่อเสียงโด่งดังและเป็นทายาทรุ่นที่ 6 แห่ง House of Creed นี่คือเรื่องจริงที่สาวๆ ควรรู้ว่า “ผู้ชายจะไม่จดจำกระเป๋าถือของคุณเลย แต่เขาจะจดจำน้ำหอมของคุณต่างหาก” เพราะผิวกายหอมสามารถสร้างความประทับใจ และการจดจำที่ดีแก่คนรอบข้างคุณตั้งแต่แรกพบ ถือว่าเป็นมนต์เสน่ห์ที่ตราตรึงใจได้อย่างดีทีเดียว


วันนี้ Babbywing จะมาเผยความลับของบอดี้ครีม 3 กลิ่นหอมสุดหรูหราของ Hello Gorgeous One and Only Sassy Stellar ที่สาวๆ Babbywing ส่งคำชื่นชมเข้ามาว่า เดินไปไหนก็มีแต่คนเดินเข้ามาทักว่าตัวหอมมาก แถมถูกกลุ่มเพื่อนๆ เข้ามารุมกอดกันใหญ่ จากเสียงตอบรับที่ดีของกลุ่มผู้ใช้ วันนี้ Babbywing จะมาบอกว่ากลิ่นน้ำหอมประเภทไหนที่นักปรุงน้ำหอมของเราได้คัดสรรและปรุงกลิ่นหอมพิเศษออกมาเพื่อ Babbywing Girls

เราลองมาดูกันว่านักปรุงน้ำหอมของเราเลือกกลิ่นไหน ที่ทำให้ผิวกายคุณหอมน่าหลงใหลมากที่สุด พร้อมเจาะมุมมองและความรู้สึกของคนรอบข้างที่ได้กลิ่นสัมผัสจากกายคุณ ที่สำคัญความหอมติดผิวยาวนาน ทาซ้ำได้โดยไม่สร้างความเหนียวเหนอะหนะให้สาวๆ รำคาญใจ


5 กลิ่นหอมเหมือนต้องมนต์สะกดให้หลงรัก

Image by Mart Production on Pexels

Musk

สาวๆ เชื่อไหมว่า น้ำหอมที่มีกลิ่นสกัดจากสัตว์ (Animalic) ผสมอยู่ด้วยนั้น สร้างความหลงใหลเสมือนมีแรงดึงดูดใจให้เข้าหากันได้อย่างน่าพิศวง ในสมัยก่อน ‘มัสค์’ คือน้ำมันหอมที่สกัดจากฮอร์โมนของกวางหรือไขของชะมด กลิ่นของมัสค์ให้ความรู้สึกอบอุ่นและเย้ายวนใจ เพราะน้ำมันหอมจากมัสค์มีโครงสร้างทางกลิ่นที่คล้ายคลึงกับฟีโรโมน (Pheromone) ซึ่งมีอยู่ในชั้นผิวหนังของมนุษย์และทำหน้าที่ให้กลิ่นดึงดูดเพศตรงข้าม แต่ในปัจจุบันนี้ น้ำมันหอมจาก ‘มัสค์’ สามารถสกัดได้จากเมล็ดแอมเบร็ต (Ambrette Seed) หรือ อำพันทะเล (Ambergris) โดยไม่ต้องใช้การทารุณสัตว์เหมือนในอดีต นอกจากนี้ คุณสมบัติเด่นของมัสค์ยังช่วยให้กลิ่นของน้ำหอมที่พรมลงบนตัวคุณอยู่ติดทนได้ยาวนาน เพราะฉะนั้นความโดดเด่นของน้ำมันหอมมัสค์ จึงถูกยกเป็นอันดับ 1 ในทุกการสำรวจกลิ่นน้ำหอมยอดนิยมที่ครองใจทั้งชายและหญิง

Image on Freepik

Sandalwood

กลิ่นหอมอันดับถัดไปนี้ ก็ให้ความรู้สึกหรูหราสมราคาค่าวัตถุดิบหายากเช่นกัน กลิ่นของไม้จันทน์หอม (Sandalwood) ถูกนำมาใช้ในพระราชพิธีของชนชั้นสูงหรือมอบให้เป็นของกำนัลแก่บุคคลสำคัญตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน เพราะกลิ่นของไม้จันทน์หอมมีความพิเศษเฉพาะตัว โดยให้ความหอมหวานแบบนุ่มนวล อบอุ่น และผ่อนคลาย แบรนด์น้ำหอมระดับไฮเอนด์จึงมักนำกลิ่นของไม้จันทน์หอมมาเป็นส่วนผสมหลักในน้ำหอมประเภทกลิ่นวู้ดดี้ (Woody) เพื่อเพิ่มความหอมหวานที่ดูหรูหรา แต่ยังคงแฝงไว้ด้วยความสุขุม อีกทั้งยังช่วยเสริมบุคลิกสาวกล้าคิดกล้าทำให้ดูมีเสน่ห์ที่น่าค้นหามากขึ้น

Image by Sonja on Pixabay

Vanilla & Cinnamon

น้ำหอมสไตล์ตะวันออกที่มีส่วนผสมของกลิ่นวนิลลา (Vanilla) และ อบเชย (Cinnamon) ดูเหมือนจะเป็นที่ชื่นชอบอย่างมากของทั้งผู้หญิงและผู้ชายทุกคน โดยเฉพาะผู้ชายจะหลงใหลกลิ่นของวนิลลา (Vanilla) เป็นพิเศษ เพราะกลิ่นสัมผัสสร้างความเย้ายวนใจ สื่อถึงเพศตรงข้ามที่มีความนุ่มนวล อ่อนหวาน อบอุ่น สงบ และผ่อนคลาย ส่วนกลิ่นสัมผัสของอบเชย (Cinnamon) จะอยู่ในโทนกลิ่นเผ็ดร้อน (Spicy) น้ำหอมที่มีกลิ่นอบเชยผสมอยู่นั้น จะให้ความรู้สึกตื่นเต้นและอบอุ่น เนื่องจากกลิ่นอบเชยช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของโลหิตในร่างกาย อีกทั้งกลิ่นของอบเชยยังช่วยสร้างบรรยากาศแห่งความลึกลับ เร่าร้อน และน่าค้นหาในบุคคลนั้น ดังนั้น หากน้ำหอมแบรนด์ไหนที่เน้นกลิ่นสัมผัสของวนิลาและอบเชยเป็นพิเศษ กลิ่นสัมผัสจะมีความหอมนุ่มนวลอย่างมีระดับ แต่แฝงด้วยเสน่ห์แห่งความเร่าร้อนที่น่าค้นหา หากใครได้กลิ่นสัมผัสนี้แทบต้องเหลียวหลังและไม่สามารถละสายตาไปจากคุณได้เลยทีเดียว

Image by Ralphs_Fotos on Pixabay

Floral

กลิ่นนำ้หอมที่ดีนั้น ไม่จำเป็นต้องให้ความรู้สึกยั่วยวนอย่างโจ่งแจ้งแก่เพศตรงข้ามเพียงอย่างเดียว การผสมความหอมของกลิ่นดอกไม้ช่วยเพิ่มสัมผัสแห่งการรับกลิ่นให้ดูมีมนต์เสน่ห์ที่น่าค้นหามากยิ่งขึ้น นั่นคือสาเหตุว่าทำไมกลิ่นหอมหวานของดอกไม้จึงมักอยู่ใน Heart Note ของน้ำหอมแบรนด์ดังระดับไฮเอนด์ทั่วโลก นอกจากกลิ่นของดอกไม้จะช่วยสร้างบรรยากาศแห่งความโรแมนติกแล้วนั้น ความหอมหวานแบบละมุนละไม ทำให้ผู้ที่ได้สัมผัสกลิ่นรู้สึกผ่อนคลายและไร้ความวิตกกังวล ตัวอย่างเช่น กลิ่นจากดอกมะลิ (Jasmine) ที่ถูกเปรียบเปรยเสมือน King of Flowers เพราะมีกลิ่นที่หอมหวานมากและให้ความรู้สึกสดชื่นอย่างพิเศษ กลิ่นหอมของดอกมะลิสื่อถึงสุภาพสตรีที่มีความมั่นใจ และมั่นคงในอารมณ์ แต่แฝงไว้ด้วยความสุภาพอ่อนโยนภายในจิตใจ หรือ กลิ่นหอมของดอกกุหลาบ (Rose Oil) โดดเด่นเรื่องการสร้างบรรยากาศแห่งความโรแมนติกที่ดูมีชีวิตชีวา ความอ่อนเยาว์พร้อมทั้งยังมีกลิ่นอายแห่งความเร่าร้อนซ่อนไว้ภายใน

Image by Jane Doan on Pexels

Citrus & Fruity

น้ำหอมที่มีกลิ่นของซิตรัส (Citrus) และฟรุตตี้ (Fruity) มักจะถูกผสมอยู่ในตัว Top Note ของการปรุงน้ำหอม และจากงานวิจัยพบว่าทั้งสองกลิ่นนี้ทำให้คนที่อยู่รอบข้างคุณยอมสิโรราบได้อย่าง่ายดาย เพราะกลิ่นของ Citrus และ Fruity มีความหอมหวานซ่อนเปรี้ยวและให้ความรู้สึกสดชื่น กระปรี้กระเปร่า ให้ลุคสาววัยรุ่นขี้เล่น ซุกซน ปนเซ็กซี่นิดๆ กลิ่นหอมหวานสดชื่นของ Citrus จะได้จากพืชสมุนไพรหรือผลไม้รสเปรี้ยว อย่างเช่น ส้ม เกรปฟรุต (Grapefruit) มะกรูด มะนาว เลมอน ในส่วนของกลิ่นโทนหอมหวานแบบ Fruity ผลไม้ที่มีรสหวานหอมอมเปรี้ยวนิดๆ มักจะถูกเลือกมาใช้เพิ่มมิติแห่งความหอมที่น่าลุ่มหลงมากยิ่งขึ้น ตัวอย่างเช่น ลูกแพร์ (Pear) ลูกพีช (Peach) ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ หรือ แอปเปิ้ล เป็นต้น


สำหรับ Babbywing เรามุ่งมั่นที่จะสร้างนิยามแห่งความหอมสำหรับทุกคน “ไม่ว่าใครก็สามารถติดปีกมนต์เสน่ห์แห่งความหอมอย่างมีระดับที่สะท้อนเอกลักษณ์ในความเป็นตัวคุณ” นอกจากกลิ่นหอมที่โดดเด่น Babbywing Body Cream ได้รวบรวม 3 สารสกัดสูตรเข้มข้น Niacinamide (Vitamin B3) Shea Butter & Mineral Oil ช่วยบำรุงและฟื้นฟูผิวเนียนนุ่ม ชุ่มชื้น ปรับสีผิวให้ดูสม่ำเสมอ และกระจ่างใสขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ยุคนี้ต้องเน้นสวยครบจบในหลอดเดียว มาเริ่มต้นล็อคผิวสวยใสตั้งแต่วัยเยาว์ไปกับ Babbywing กันเถอะค่ะ

สำหรับใครที่ยังไม่ได้มีบอดี้ครีมของเราไว้ในครอบครอง ต้องรีบมาเลือกชอปกับกลิ่นที่ใช่ในสไตล์คุณได้ที่ Babbywing Shop

Posted on

เจาะลึกเคล็ดลับล็อคผิวสวยสุขภาพดีตั้งแต่วัยเยาว์

คุณเคยสงสัยไหมว่าทำไมคนถึงชอบพูดว่า “อยากมีผิวสวยใส เรียบเนียนนุ่มเด้งเหมือนผิวเด็ก..!” เพราะความสมบูรณ์แบบของผิวสวยสุขภาพดีในวัยเยาว์ของเด็กนั้น เป็นสัญลักษณ์ที่บ่งบอกถึงความอ่อนเยาว์ของสุขภาพผิวพรรณที่ดีจากทั้งภายในและภายนอก นอกเหนือจากการเลือกรับประทานอาหารที่อุดมไปด้วยสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายแล้วนั้น การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ การพักผ่อนให้เพียงพอ และดื่มน้ำสะอาดวันละ 6 แก้วเป็นอย่างน้อย เพื่อให้คุณมีผิวพรรณที่สดใสดูเปล่งปลั่งอยู่ตลอดเวลาแล้วนั้น การใช้สกินแคร์บำรุงผิวที่มีประสิทธิภาพจึงเป็นสิ่งที่สำคัญมาก เพื่อช่วยคงสุขภาพและเสริมความแข็งแรงของเกราะปกป้องผิวให้ดียิ่งขึ้น

เมื่อชั้นปราการของผิว หรือโครงสร้างผิวชั้นบน (Skin Barrier) ของเรามีความแข็งแรงก็จะสามารถทำหน้าที่อย่างมีประสิทธิภาพในการปกป้องร่างกายจากสิ่งแปลกปลอมภายนอก เช่น ฝุ่นละออง สารเคมี รังสียูวี เชื้อแบคทีเรียและเชื้อรา สิ่งเหล่านี้เป็นปัจจัยที่ทำให้ผิวพรรณของเราถูกทำลาย ในขณะเดียวกัน หากชั้นปราการผิวมีความแข็งแรงก็จะสามารถช่วยป้องกันไม่ให้มีการสูญเสียความชุ่มชื้นออกจากภายในชั้นผิวด้วย

ดังนั้นการดูแลผิวจากภายนอกด้วยสกินแคร์จึงเป็นเรื่องที่สำคัญ เพราะผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่ดีจะช่วยคืนและคงความชุ่มชื่นไว้ในผิวเรา ทำให้ผิวพรรณของเราดูชุ่มชื้น กระชับ และอ่อนเยาว์ ซึ่งถือว่าการเติมผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่มีประสิทธิภาพและเหมาะกับสภาพผิวของเรา กลายมาเป็นปัจจัยหลักของการมีกำแพงปกป้องผิวที่แข็งแรง เพราะฉะนั้น เรามาเริ่มเจาะลึก 3 เคล็ดลับล็อคผิวกายให้สวยใส เรียบเนียน นุ่มเด้งกันตั้งแต่วัยเยาว์เลยดีกว่า

Shea Butter เป็นชื่อที่ทุกคนคุ้นหูในฐานะมอยส์เจอไรเซอร์บำรุงผิวชั้นเลิศ ซึ่งเป็นส่วนผสมสำคัญในแบรนด์ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวและสกินแคร์ระดับชั้นนำ อีกทั้งยังเป็นมอยส์เจอร์ไรเซอร์คุณภาพสูงที่ช่วยบำรุงผิวให้เนียนนุ่ม เพิ่มความชุ่มชื้นแก่ผิว ฟื้นฟูเซลล์ผิวที่ถูกทำลาย ลดริ้วรอย ช่วยฟื้นฟูผิวจากรอยแผลเป็น เพราะอุดมด้วยสารในกลุ่มไขมันจากธรรมชาติ ที่มีทั้งวิตามินอีบริสุทธิ์ วิตามินซี และสารออกฤทธิ์ทางชีวภาพอีกหลายชนิดที่ช่วยบำรุงผิวให้แข็งแรง 

ประโยชน์ของ Shea Butter 

  • มอบความชุ่มชื่นให้ผิวอย่างดีเยี่ยมและกลายเป็นส่วนผสมสำคัญในผลิตภัณฑ์ดูแลผิวสำหรับคนผิวแห้งกร้านหรือคนที่มีผิวบอบบางแพ้ง่าย
  • ช่วยบรรเทาอาการผิวหนังอักเสบ เพราะมีวิตามิน C ที่ช่วยเสริมสร้างคอลลาเจน และวิตามิน E ที่ช่วยป้องกันไม่ให้ผิวหนังแห้งกร้าน อุดมไปด้วยวิตามินบำรุงผิวหลายชนิดจึงมีฤทธิ์ต้านการอักเสบได้ดี และยังช่วยฟื้นฟูผิวจากการโดนแดดเผา 
  • วิตามิน A ที่มีอยู่ใน Shea Butter ยังมีคุณสมบัติช่วยลดเลือนริ้วรอยและป้องกันการเกิดริ้วรอยก่อนวัยอันควร 
  • ช่วยต่อต้านเชื้อแบคทีเรียสาเหตุของการเกิดสิวและยังมีคุณสมบัติช่วยลดรอยดำรอยแดงที่เกิดจากสิวอีกด้วย
  • ลดรอยแผลเป็น โดยช่วยทำให้เนื้อเยื่อบริเวณแผลนุ่มลงและฟื้นฟูผิวจากรอยแผลเป็นได้

Niacinamide (Vitamin B3)

Niacinamide หรือที่เรียกว่า วิตามินบี 3 อยู่ในกลุ่มวิตามินบีคอมเพล็กซ์ (B-Complex) จัดอยู่ในกลุ่มของวิตามินที่ไม่ละลายในน้ำมัน เป็นหนึ่งในวิตามินที่มีประโยชน์มาก และเป็นส่วนผสมยอดนิยมของเวชสำอางและสกินแคร์หลายตัว เรียกได้ว่ามีสรรพคุณสารพัดประโยชน์กับผิวพรรณอย่างมาก สามารถฟื้นฟู และบำรุงผิวได้อย่างครอบคลุม ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการปรับสมดุลน้ำมันในผิว กระชับรูขุมขน ลดการระคายเคือง ไปจนถึงปัญหาสิว Niacinamide (Vitamin B3) จึงเป็นส่วนประกอบที่ได้รับความนิยมในผลิตภัณฑ์ดูแลผิวหน้าและผิวกายเป็นอย่างมากในปัจจุบัน

ประโยชน์ของ Niacinamide (Vitamin B3)

  • ช่วยเติมความชุ่มชื้นให้ผิวไม่ขาดน้ำ กระตุ้นการผลิตเซราไมด์ (Ceramide) ให้ผิวมีความชุ่มชื้น ซึ่งเหมาะสำหรับฟื้นฟูผิวที่แห้งกร้าน
  • สามารถช่วยรักษาสิว รวมทั้งลดการอักเสบและรอยแดง ปรับปรุงการทำงานของเกราะป้องกันผิว
  • ทำให้จุดด่างดำดูจางลง และยังสามารถช่วยลดเลือนริ้วรอยและรอยเหี่ยวย่น
  • ช่วยปรับสีผิวให้สม่ำเสมอ ผิวกระจ่างใสและเรียบเนียนเสมอกัน
  • ปกป้องผิวจากแสงแดด กระตุ้นในการสร้างเกราะปกป้องผิวที่แข็งแรงปรับปรุงการทำงานของชั้นผิว พร้อมทั้งต้านมลภาวะ เพิ่มความชุ่มชื่น นุ่มเนียน และทำให้รูขุมขนดูกระชับมากขึ้น
  • ช่วยลดริ้วรอย โดย Niacinamide (Vitamin B3) จะเข้าไปสร้างคอลลาเจนบนชั้นผิวทำให้ผิวเด้งอิ่มฟูขึ้น

Mineral Oil ถูกนำมาใช้ในผลิตภันฑ์เกี่ยวกับผิวหนัง โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่ผิวหนัง ป้องกันผิวหนังแห้ง ตกสะเก็ด คัน และลดการระคายเคือง ซึ่งสาเหตุของผิวแห้งส่วนใหญ่เกิดจากการสูญเสียน้ำผ่านทางผิวหนัง ดังนั้น mineral oil จึงทำหน้าที่เสมือนเป็นชั้นฟิล์มเคลือบบริเวณผิวหนังชั้นบน เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการสูญเสียน้ำผ่านทางผิวหนังและเก็บรักษาความชุ่มชื้นไว้กับผิวหนัง ถึงแม้ Mineral Oil จะทำหน้าที่เสมือนฟิล์มน้ำมันป้องกันผิวเราจากมลภาวะภายนอก แต่จากผลการวิจัยจากสถาบันแพทย์ผิวหนังระดับโลก American Academy of Dermatology (AAD) ได้ทำการพิสูจน์ว่า Mineral Oil ไม่ได้เป็นสารที่ก่อให้เกิดการอุดตัน และไม่ได้เป็นต้นเหตุของการเกิดสิวอีกด้วย

ประโยชน์ของ Mineral Oil 

  • ช่วยรักษาความชุ่มชื้นให้ผิว ปกป้องผิวหนังไม่ให้แห้งกร้าน 
  • ช่วยป้องกันการระเหยของน้ำออกจากผิว อีกทั้งยังช่วยอุดรอยแตกระหว่างเซลล์ผิว ทำให้ผิวมีความเรียบเนียนขึ้น และยังช่วยทำให้ผิวนุ่มลื่นขึ้นด้วย

เมื่อเราทราบถึงความสำคัญและประโยชน์ของส่วนผสมที่สำคัญในสกินแคร์แล้ว ความหอมที่แตกต่างอย่างเป็นเอกลักษณ์ของสกินแคร์ที่คุณใช้ถือเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ช่วยเสริมบุคลิกภาพของคุณให้โดดเด่นจากคนรอบข้าง นอกจากจะล็อคผิวสวยให้ยังคงความอ่อนเยาว์ไว้ ความหอมที่ตราตึงใจยังสามารถบ่งบอกความเป็นตัวตนของคุณเอง อีกทั้งเป็นการสร้างความประทับใจและสร้างประสบการณ์ที่น่าจดจำทุกครั้งให้แก่คนที่พบเจอ

Shop now! กับผลิตภัณฑ์ดูแลผิว BABBYWING Body Cream ที่ช่วยล็อคความอ่อนเยาว์ให้กับผิวและมีกลิ่นหอมที่โดดเด่นอย่างมีเสน่ห์ไม่เหมือนใคร https://babbywing.com/th/product-category/skincare/